『 สาระจากเกม Haruka3 #1 』
posted on 19 Jun 2006 03:31 by aichan in Knowledge
ในที่สุด !!
บล็อคก็คืนชีพพพพพพ >[]< กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด~ ไม่มีที่ระบายออกมานาน
เอาล่ะ -3- ตอนนี้เรากำลังติดเกมนี้เป็นอย่างมากกกกกกกก~ นั่นคือ !?
Harukanaru toki no naka de3 Izayoiki (遙かなる時空の中で3 十六夜記)
(คลิ้ก ๆ ที่ภาพไปดูให้ยั่วน้ำลาย และชวนให้เงินในกระเป๋าปิ๋วปิ้วเพราะอยากซื้อมาเป็นของตัวเองได้นะจ๊ะ 555+)
อันที่จริงซื้อมานานแล้ว แต่เราเป็นยอดมนุษย์ดอง ดองทุกอย่าง =[]= ต้องแต่บอร์ด บล็อค เกม งาน ฯลฯ
ก่อนหน้าบล็อคปิดปรับปรุงได้ไปอ่านบล็อคของท่านนี้มา ที่เขาก็กรี๊ด ๆ เกมนี้อยู่เหมือนกัน เลยนึกอยากขุดมาเล่น -3-
เอา ๆ เข้าเรื่อง ๆ
เกมนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่หลาย ๆ คนคงเคยผ่านตามาในการ์ตูน หรือเกมอื่น ๆ เช่น Genji[PS2] หรือ Yoshitsune-Ki[PS2]
นั่นก็คือ ประวัติศาสตร์ในยุค คามาคุระ(เป็นยุคที่ต่อจากสมัยเฮอัน) ซึ่งได้เกิดสงครามขึ้นระหว่างสองตระกูลนั่นก็คือ Minamoto 源(Genji 源氏) และ Taira平(Heike 平家/Heishi 平氏) ซึ่งเรียกว่า
Genpei War (源平合戦、寿永・治承の乱)

เรื่องของเรื่องคือ คุณนางเอกที่เราจะต้องเล่นเป็นเธอ หลุดเข้าไปในยุคสมัยคามาคุระในฐานะธิดามังกรขาว(ว่าง่าย ๆ ก็มิโกะของเทพมังกรขาว) ซึ่งในตอนนั้นมีสงครามGenpei อยู่พอดี
รายละเอียดของสงครามขอดองไว้ก่อนละกัน -3- ไว้วันหลังจะมาเล่าที่มาที่ไปของแต่ละตระกูล และมูลเหตุที่ทำให้เกิดสงคราม
ที่จะมาเล่าแบบมีสาระในครั้งนี้ ก็จะเป็นการเขียนถึงตัวละคร ตามประวัติศาสตร์(เอาเฉพาะตัวที่มีในประวัติศาสตร์นะ)
เริ่มจากพวก 8 กลีบก่อนแล้วกัน
- Minamoto no Kurouyoshitsune (源九郎義経)

Minamoto no Yoshitsune (源 義経) 1159-15 มิถุนายน 1189 (มีอายุแค่ประมาณ 30ปี เอง) เป็นแม่ทัพของตระกูลมินาโมโตะ
คำว่า Kurou ที่ในเกมเพิ่มเข้ามาในชื่อ มีความหมายว่าบุตรคนที่เก้า เพราะYoshitsune เป็นบุตรคนที่เก้าของ Monamoto no Yoshitomo นั่นเอง (โอ้วว=[]= เพิ่งรู้เหมือนกัน)
Yoshitsune เป็นบุตรของ Minamoto no Yoshitomo ผู้ที่คอยสนับสนุนตระกูล Taira ในการก่อความไม่สงบที่ Hougen ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ บิดาของ Yoshitomo ถูกฆ่าพร้อม ๆ กับญาติพี่น้องของเขาอีก 11 คน ในปี 1159 Yoshitomo พยายามที่จะขัดคำสั่งของตระกูล Taira (คาดว่าเพื่อที่จะแยกตัวออกมาจากการปกครองของพวก Heishi ) แต่ก็ล้มเหลว และถูกลอบสังหารในเวลาถัดมา ส่วน ภรรยา และลูก ๆ ของเขาถูกจับและส่งตัวไปให้กับ Taira no Kiyomori ซึ่งก็ได้รับการไว้ชีวิต และถูกเนรเทศไปยังที่ต่าง ๆ
Yoshitsune เกิดก่อนที่พ่อของเขาและพี่ชายคนโตและคนรองจะเสียชีวิตเพียงเล็กน้อย เขาจึงถูกส่งไปดูและ และเติบโตที่วัด Kurama ที่อยู่ทางเหนือของเกียวโต ส่วนพี่ชาย Yoritomo (ลูกคนที่สาม) ถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่จังหวัด Izu
ต่อมา Yoshitsune ถูกย้ายไปยังจังหวัด Matsu ได้รับการคุ้มครองและให้ที่พักพิงโดยผู้ปกครองของพื้นที่นั้น ซึ่งก็คือ Fujiwara no Hidehira (ในภายหลังที่เรื่องถูกเล่าสืบต่อกันมามีการแต่งเติมเสริมเนื้อเรื่องเพื่อความตื่นเต้นว่า Yoshitsune ได้ตกเขาลงมาจากวัดที่อยู่อาศัย*วัดอยู่บนเขา -.- และได้พบกับ เท็นงูลึกลับ ที่เป็นผู้สอนวิชาดาบสุดยอดให้กับ Yoshitsune - - นึกว่าแบบนี้มีแต่หนังจีนนะ =[]=)
ในปี 1180 Yoshitsune ได้ทราบข่าวว่าYoritomo ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำของตระกูล Minamoto ซึ่งได้เตรียมกำลังทหารตามคำสั่งของ เจ้าชายMochihito (บุตรชายของพระจักรพรรดิ Go-Shirakawa ผู้ซึ่งสละราชสมบัติและออกผนวช)เพื่อสู้รบกับตระกูล Taira ที่ในขณะนั้นได้ยึดครองอำนาจของพระจักรพรรดิเอาไว้ Yoshitsune ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับ Yoritomo พร้อมกับ Minamoto no Noriyori และพี่น้องทั้งหมด ที่ไม่เคยแม้แต่จะเจอหน้ากันมาก่อน และในที่สุดความขัดแย้งระหว่าง Minamoto และ Taira ก็ก่อให้เกิดสงคราม Genpei ขึ้น
ในวันที่ 15 มิถุนายน 1189 Yoshitsune และ Benkei ได้มาอาศัยอยู่ในตำหนักของ Fujiwara no Motonari ที่ Koromogawa และ Fujiwara no Yasuhira ผู้หักหลังYshitsune(บุตรชายของ Hidehira) ตามมาโจมตีถึงที่ Benkei จึงช่วยถ่วงเวลาให้ Yoshitsune เพื่อที่จะมีเวลาให้มากพอที่จะปลิดชีวิตของภรรยาของเขา (Shizuka) และฆ่าตัวตายตาม ศีรษะของ Yoshitsune ถูกส่งไปยัง Kamakura ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น
- Musashibo Benkei (武蔵坊弁慶) สาบานได้ว่านี่เบ็งเคจริง ๆ นะจ๊ะ = = คงเป็น เบ็งเคเวอร์ชั่นที่หวานน่ารักที่สุดในโลกนี้

Saito Musashibo Benkei (西塔武蔵坊弁慶) 1155-1189 มักถูกเรียกว่า เบ็งเค (弁慶) เฉย ๆ
เบ็งเค เป็นพระนักรบผู้ซึ่งคอยรับใช้(แปลมาตรงตัวนะ) โยชิทสึเนะ มักถูกกล่าวยกย่องในเรื่องของพละกำลัง และความนอบน้อม เรื่องของเบ็งเค เป็นที่โด่งดัง จึงมักถูกนำมาแสดงในละครโนห์ และ คาบุกิ อยู่บ่อยครั้ง
เรื่องราวของเบ็งเคในตอนที่เกิดมานั้นไม่ค่อยแน่ชัดเสียเท่าไหร่ มีตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่าเบ็งเคเป็นเด็กปีศาจ ที่มีผมยาวหยาบยุ่งและมีฟันยาว ในวัยเด็ก เบ็งเคถูกเรียกว่า Oniwaka (鬼若) ที่แปลว่า ยักษ์เด็ก
ต่อมาเบ็งเคได้ปักหลักที่สะพาน Gojo ที่ เกียวโต และคอยช่วงชิงเอาอาวุธของซามูไรทุกคนที่ผ่านสะพานนั้น หลังจากที่ประลองเสร็จ แต่เมื่อสะสมมาได้ 999 เล่ม ในการประลองครั้งที่ 1พัน เบ็งเค ก็พ่ายแพ้ให้กับ โยชิทสึเนะ เบ็งเคจึงมาเป็นผุ้ติดตามโยชิทสึเนะไปทุกหนแห่ง แม้กระทั่งในสงคราม Genpei
- Kajiwara Kagetoki (梶原景時)

Kajiwara Kagetoki (梶原景時) 1162-1200 เป็นสปายของ Yoritomo ในสงคราม Genpei และยังเป็นนักรบในสงครามครั้งนั้นอีกด้วย
เขามักถูกกล่าวถึงในเรื่องการทรยศ และ ความโลภ ในตอนแรกเขาเข้าร่วมสงคราม Genpei ในข้างของตระกูล Taira และถูกส่งให้ไปติดตาม(เป็นสปาย)สืบเรื่องราวของ Yoritomo แต่เมื่อ โยริโทโมะจับได้ คาเงะโทคิ ก็รีบเปลี่ยนฝ่ายมารับใช้ โยริโทโมะทันที
สามปีหลังจากนั้น คาจิวาระ คาเงะโทคิ ก็ได้มาเป็นผู้นำกองทหารของ โยชิทสึเนะ และ โยริโทโมะ คาเงะโทคิ มักจะรายงานเกี่ยวกับความเคลื่อไหวของ โยชิทสึเนะ ให้โยริโทโมะทราบ และเป็นผู้ที่ทำให้สองพี่น้องนี้แตกแยกกัน เพราะมักจะรายงานการเคลื่อนไหวของ โยชิทสึเนะในทางที่ไม่ดี ทำให้ โยริโทโมะหมดความไว้วางใจในตัวน้องชายของเขาเอง
- Taira no Atsumori (平敦盛)

Taira no Atsumori (平敦盛) 1169-1184 ในตำนาน Heikei กล่าวถึงการตายของ อะทสึโมริไว้ว่า ในศึกครั้งที่เกิดขึ้นที่ Ichi-no-Tani Kumagae no Jirou Naozane ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพของฝ่าย มินาโมโตะ กำลังตรวจสอบชายหาด ในจุดที่จะมาวางกำลังทหารเพื่อโจมตี ก็เห็น อะทสึโมริว่ายน้ำผ่านจุดที่จะมีเรือของกองทหารมาจอด คุมะงาเอะ ได้เรียก อะทสึโมริเข้ามาเพื่อเหน็บแนม "ข้าฯเห็นว่า ท่านนั้นเป็นถึงผู้บัญชาการของกองทัพ มันช่างไรเกียรติยิ่งนักที่หันหลังให้กับศัตรู หันกลับมาเดี๋ยวนี้ !"
ทั้งสองต่อสู้กันบนชายหาด แต่ คุมะงาเอะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่า คุมะงาเอะ กระชากหมวกเหล็กของ อะทสึโมริ ออก เขาชะงักงันให้กับความงดงามของเด็กหนุ่มผู้นี้
อะทสึโมริในยามนั้น เพิ่งจามีอายุเพียง 17 - 18 ปี ซึ่งพอ ๆ กับบุตรชายของ คุมะงาเอะ
คุมะงาเอะ หวังที่จะไว้ชีวิตเด็กหนุ่ม เขาถามชื่อกับ อะสึโมริ แต่ อะทสึโมริ ปฏิเสธที่จะบอก และกล่าวเพียงว่า เรานั้นมีชื่อเสียงเพียงพอ ในขณะนั้นเอง เหล่าทหารของกองทัพ มินาโมโตะ ก็เดินทางมาถึงพอดี คุมะงาเอะรู้ดีว่าหากเขาไม่ได้ปลิดชีพของ อะทสึโมริ คนอื่นก็จะต้องลงมือแทนเขาเป็นแน่แท้ เขาจึงตัดสินใจที่จะเป็นผู้ปลิดชีพของเด็กหนุ่มด้วยตัวเอง
คุมะงาเอะตัดศีรษะของอะทสึโมริทั้งน้ำตา เขาค้นร่างของเด็กหนุ่มเพื่อที่จะหาอะไรสักอย่างมาห่อหุ้มศีรษะนั้นไว้ เขาได้พบถุงผ้าในหนึ่ง ซึ่งภายในนั้นมี ขลุ่ย เพียงอันเดียว เขาจึงนึกได้ว่า อะทสึโมรินั้นจะต้องเป็นทหารที่เป่าขลุ่ยก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น "มีทหารมากมายนับหมื่นพันในกองกำลังของเรา แต่ข้าพเจ้าแน่ใจว่า ในบรรดาทหารเหล่านั้นไม่มีใครคิดที่จะนำขลุ่ยมาในสงคราม..."
และในการกระทำครั้งนี้ จึงทำให้ คุมะงาเอะ ตัดสินใจบวชเป็นพระในเวลาต่อมา
ภาพและข้อมูล เรียบเรียงจาก http://en.wikipedia.org/

คราวถัดไปจะมาเพิ่มตัวละครอื่นนอกกลุ่ม 8 กลีบ (อีก 4 คนใน 8 กลีบเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นนะจ๊ะ -3-)
ถ้าตรงไหนแปลผิดขออภัยจริง ๆ ค่ะ >.<"
บ่น ๆ
จริง ๆ ใน Huraka1 และ2 เราจะชอบคุณโทโมมาสะ และคุณฮิซุย มากมาย แต่พอมาเจอคุณคาเงะโทคิ ไม่ใช่ไม่ชอบนะ แต่ด้วยความที่มีนิสัยอ้างอิงจากประวัติศาสตร์เลยแอบเฟลไป40% (โฮ ความจริงที่โหดร้าย =[]=)
พอมาเล่น Izayoi (เล่นไปพลาง ๆ - - ยังหาแผ่นภาค 3 ไม่ได้) ก็ดันจับพลัดจับพลูไปจบกับหนุ่มAtsumori ซะคนแรก แต่ก็แอบปลื้มเข้าให้ (ในภาค1ไม่ค่อยชอบเอย์จังมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เกลียดนะ) พอมาอ่านประวัติศาสตร์ยิ่งสงสาร- -" จริงอย่างที่ว่าเนาะ สงครามมักมีเรื่องเศร้าเสมอ
ไว้มาต่อที่เหลือคราวหน้านะคะ ขอบคุณที่อ่านเรื่องยาว ๆ จนจบได้ค่ะ ^^ ใครมีอะไรถามได้นะคะ จะคอยมาตอบในคอมเม้นท์อย่างสม่ำเสมอ
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ไปไหนมาไหน ทำอะไรก็ระมัดระวังอุบัติเหตุนะคะ รักษาสุขภาพเช่นเคยค่ะ





