『 เทศกาลฉงหยาง 』

posted on 19 Oct 2007 22:04 by aichan in Knowledge

หลาย ๆ คนที่เคยดูหนังเรื่อง The Curse of Golden Flower (ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง) ที่นำแสดงโดย โจวหยุนฟะ กงลี่ และเจย์ โชว์ คงจะได้ยินเกี่ยวกับเทศกาลฉงหยางมาบ้าง พอดีเพิ่งมีเวลาดูเรื่องนี้ ประกอบกับวันนี้เป็นวันเทศกาลฉงหยางพอดี ทางผู้จัดการออนไลน์จึงมีการเขียนเรื่องราวของเทศกาลนี้มาให้ได้อ่าน คลายข้อสงสัยกัน
ผ่านไปเจอมาจึงขอเก็บมาเอาฝากไว้เผื่อใครผ่านไปมาในนี้จะได้อ่านและได้ประโยชน์กันไปบ้างนะคะ

เทศกาลฉงหยางนั้น ตรงกับวันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม สาเหตุที่เรียกว่าวันฉงหยาง เพราะตามตำราอี้จิงอันเก่าแก่ของจีนได้ระบุไว้ว่า เลข 6 เป็นเลข “หยิน” ส่วน 9 เป็นเลข “หยาง” ดังนั้นวันที่ 9 เดือน 9 จึงเรียกว่า “ฉงหยาง” (重阳= หยางคู่ หรือ หยางซ้อน) อีกทั้งเลข 9 9 ในภาษาจีนยังอ่านออกเสียงว่า “จิ๋วจิ่ว” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ยืนยาว” (久久) ซึ่งมีนัยยะของความมีอายุยืนยาว ดังนั้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 เป็นต้นมาประเทศจีนจึงได้กำหนดให้วันฉงหยางเป็นวันผู้สูงอายุจีน และยังถือเป็นเทศกาลชมดอกเบญจมาศด้วย

กิจกรรมที่นิยมทำกันในวันมหามงคลนี้ ได้แก่ การ ขึ้นเขาหรือเจดีย์สูง (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ) ชมดอกเบญจมาศ ดื่มเหล้าแช่ดอกเบญจมาศ (เก็กฮวย) ทานขนมฉงหยางหรือที่เรียกว่า “ฮัวเกา” และเสียบใบจูอี๋ว์ เป็นต้น

โดยประเพณีนิยมเหล่านี้ล้วนมีที่มา ตามตำนานเล่าว่าในสมัยฮั่นตะวันออกนั้น (ค.ศ.25-220) มีปีศาจร้ายปรากฏตัวที่แม่น้ำหรู่เหอ แค่เพียงมันปรากฏกาย แต่ละบ้านต้องมีคนล้มป่วย ทุกวันต้องมีคนล้มตาย พ่อแม่ของชายหนุ่มนาม “เหิงจิ่ง” ก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน แม้แต่ตัวเขาเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ด้วยเหตุนี้หลังจากฟื้นตัวเหิงจิ่งตัดสินอำลาเมียรักและบ้านเกิด ดั้นด้นเสาะแสวงหาผู้วิเศษ เพื่อร่ำเรียนวิชาปราบมาร ในที่สุดเขาก็ได้พบผู้วิเศษบนภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดทางทิศตะวันออก

หลังจากฝึกวิชาได้พักใหญ่ อยู่มาวันหนึ่งท่านเซียนก็เอ่ยกับเหิงจิ่งว่า “พรุ่งนี้เป็นวันที่ 9 เดือน 9 ปีศาจจะออกอาละวาดอีกครั้ง บัดนี้เจ้าฝึกฝนวิชาจนแตกฉาน ถึงเวลากลับไปกำจัดมารร้ายปัดเป่าทุกข์ให้ชาวบ้านแล้ว” ท่านเซียนยังได้มอบใบจูอี๋ว์และเหล้าแช่ดอกเบญจมาศ 1 ไห และถ่ายทอดเคล็ดลับปราบมารให้ด้วย

เหิงจิ่งอำลาอาจารย์และขี่นกกระเรียนเซียนกลับมายังหมู่บ้าน ในเช้าตรู่ของวันที่ 9 เดือน 9 นั่นเอง เหิงจิ่งทำตามที่อาจารย์แนะนำ นำพาชาวบ้านอพยพขึ้นไปบนเขาที่ใกล้เคียง แล้วแจกจ่ายใบจูอี๋ว์และเหล้าแช่เบญจมาศให้ชาวบ้านเป็นเครื่องป้องกันตัว เมื่อปีศาจได้กลิ่นหอมของใบจูอี๋ว์และเหล้าเบญจมาศก็ล่าถอย เหิงจิ่งไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือตามลงไปสังหารปีศาจสำเร็จ ประเพณีขึ้นเขาเพื่อหลีกหนีจากความชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บจึงได้เริ่ม อุบัติขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา

นอกจากประเพณีเดินขึ้นเขาแล้ว ต่อมาในสมัยถัง (ค.ศ.618-907) ชาวจีนยังนิยมเสียบใบจูอี๋ว์ไว้ที่แขนหรือศีรษะ เพื่อเป็นเครื่องรางปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่วนใหญ่คนที่ประดับจะเป็นเด็กหรือสตรี แต่บางพื้นที่ผู้ชายก็เสียบใบจูอี๋ว์ด้วยเช่นกัน ตามบันทึก “ซีจิงจ๋าจี้” ของเก่อหงแห่งราชวงศ์จิ้น (ค.ศ.265-420) ก็มีบันทึกไว้ว่า นอกจากเสียบใบจูอี๋ว์แล้ว ในสมัยนั้นผู้คนยังนิยมนำดอกเบญจมาศมาประดับศีรษะด้วย ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) มีการนำดอกเบญจมาศไปประดับบนประตูหน้าต่างเพื่อ “ขับไล่ปีศาจ เรียกโชคลาภ” ด้วย

จาก : รู้จักเทศกาล “ฉงหยาง” จากศึกโค่นบัลลังก์วังทอง โดย ผู้จัดการออนไลน์

.

.

.

.

นาน ๆ มาอัพทีเพราะไมค่อยมีอะไรมาให้อัพ ^^"

งานล้นหัว

แถมท้ายด้วยเพลง Ju Hua Tai (จวี๋ ฮวา ไถ) ที่เป็นเพลง ED จากหนัง โดย Jay Chou ค่ะ

 

ปล.ลืมใส่รูป - -"

edit @ 19 Oct 2007 22:16:41 by Ai`♪

edit @ 19 Oct 2007 22:20:56 by Ai`♪

Comment

Comment:

Tweet

ฮาเม้นแรก >3<~!!
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้นะคะ confused smile
เพลงเพราะก๊า open-mounthed smile

#5 By +++Mizumi+++ on 2007-10-20 22:08

+555 ขำเม้นท์ที่1จังคะ เข้าใจคิดนะ

เพิ่งรู้นะคะเนี่ย หนังก็ไปดูมา
แต่ไม่ได้ติดตามว่าไอ้ที่ดูมาเนี่ยมันคืออะไร
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี ค่ะconfused smile

#4 By Fein on 2007-10-20 13:38

ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ค่า confused smile
อ่านแล้วอยากกินเก๊กฮวยจังเลย
เพ่งดุเรื่องนี้ไม่นานมานี้เอง ชอบเพลงมากกกกก ขอบคุณที่เอามาลงให้ฟังค้าา

ปล. ขำ คห 1 ง่ะ

#3 By plariex on 2007-10-20 01:37

เคลียร์งานให้หมดไวๆละกัน

จริงๆ วันจีนก็นับไม่เหมือนวันไทยแหล่ะ
วันเกิดจีนปีนึงก็วันนึง อีกปีอาจจะเลื่อนเร็วขึ้นมาสองสามวันก็เป็นได้
big smile

#2 By Trigger on 2007-10-19 22:27


น่าเปลี่ยนชื่อหนังเป็น "ศึกโค่นบัลลังก์วังเก๊กฮวย"

confused smile

#1 By เป๋า&ล่า on 2007-10-19 22:26